เกมส์ฝึกภาษาฝรั่งเศส

Facebook Update

บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การคเรียนภาษาฝรั่งเศส แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การคเรียนภาษาฝรั่งเศส แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

การเรียนภาษาฝรั่งเศส

เรามักจะพบว่านักเรียนแต่ละคนที่ไปเรียนภาษาฝรั่งเศสมักจะมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป เช่น ต้องการเรียนภาษาเพื่อการเตรียมตัวเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของฝรั่งเศส ซึ่งจำเป็นต้องมีความรู้ภาษาในระดับดีมาก ๆ หรือต้องการพัฒนาความสามารถด้านภาษา เช่น อาจารย์ นักวิจัย และนักธุรกิจ เป็นต้น หรือเยาวชนที่ต้องการไปทัศนศึกษา พร้อมกับการ เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมฝรั่งเศส ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ประสบการณ์ในยุโรป ทั้งในด้านศึกษาวัฒนธรรม และท่องเที่ยวหาความบันเทิงในสิ่งแวดล้อมแบบฝรั่งเศสไปด้วย

สถาบันสอนภาษาฝรั่งเศส

แนะนำศูนย์ภาษา
การไปเรียนภาษาในฝรั่งเศสไม่ยุ่งยากซับซ้อนแต่อย่างใด มีสถาบันสอนภาษาที่ใช้ชื่อว่า “ศูนย์ภาษา (Centres de langues)” สอนภาษาฝรั่งเศสทุกระดับจำนวนกว่า 130 แห่งทั่วประเทศ และรับนักเรียนตลอดทั้งปี ศูนย์ภาษาส่วนมากนิยมจัดหลักสูตรภาคฤดูร้อน คือในระหว่างเดือนกรกฎาคม สิงหาคม และกันยายน ซึ่งเป็นช่วงปิดภาคเรียนของประเทศในยุโรป
ศูนย์ภาษามี 2 ประเภท คือ
- ศูนย์ภาษาของมหาวิทยาลัย
- ศูนย์ภาษาเอกชน
ศูนย์ภาษาทั้ง 2 ประเภท มีมาตรฐานการศึกษาเท่าเทียมกันทั้งในด้านเนื้อหาวิชาและวิธีการเรียนการสอน โดยจะมีข้อแตกต่างแต่เพียงสภาพแวดล้อมของแต่ละแห่งเท่านั้น

สภาพแวดล้อม

ศูนย์ภาษาของมหาวิทยาลัยจะจัดให้นักเรียนภาษาได้อยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกับการศึกษาของนักศึกษามหาวิทยาลัยฝรั่งเศส ส่วนศูนย์ภาษาเอกชนจะให้ความช่วยเหลือ และจัดการอำนวยความสะดวกในทุกเรื่องทั้งในด้านความเป็นอยู่และการเรียนการสอน โดยจะจัดให้มีบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเองมากกว่า
หลักสูตรการเรียนการสอนมีให้เลือกทุกระดับทั้งสำหรับเยาวชน นักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้ที่ทำงานแล้ว และผู้สูงวัย อายุตั้งแต่ 18 ปี จนถึงอายุ 70 ปี หรือมากกว่า เปิดหลักสูตรตลอดทั้งปี และหลักสูตรภาคฤดูร้อน (ก.ค.-ก.ย.) ใช้เวลาเรียนอย่างน้อย 1 หรือ 2 สัปดาห์ หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับแต่ละสถาบัน

หลักสูตร

การเรียนการสอน สามารถเลือกเรียนในหลักสูตรเร่งรัด (Cours intensifs) ซึ่งเรียนอย่างจริงจังทุกวัน วันละ 4 - 5 ชั่วโมง หรือเป็นหลักสูตรปกติ (Cours extensifs) ซึ่งเรียนครั้งละไม่กี่ชั่วโมง แต่ใช้เวลานานกว่า อาจเรียนเป็นกลุ่มหรือแบบตัวต่อตัว ตั้งแต่ระดับต้นจนถึงระดับสูง ศูนย์ภาษาหลายแห่งเปิดหลักสูตรภาษาฝรั่งเศสเพื่อการใช้งานทั่วไปหรือสำหรับประกอบอาชีพ โดยจะได้รับหนังสือรับรอง หรือประกาศนียบัตรตามระดับที่นักเรียนสำเร็จ นอกจากนั้นนักเรียนสามารถที่จะสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรและหนังสือรับรองจากศูนย์ภาษา และสามารถเตรียมสอบประกาศนียบัตรของกระทรวงศึกษาธิการคือประกาศนียบัตร DELF หรือ DALF ประกาศนียบัตรของ มหาวิทยาลัย รวมทั้งประกาศนียบัตรของหอการค้าและสภาอุตสาหกรรม แห่งปารีส อีกประการหนึ่ง นักเรียนมีโอกาสในการเลือกที่พักในหอพักของ มหาวิทยาลัย หรืออาจจะได้มีโอกาสพักร่วมกับครอบครัวฝรั่งเศส โรงแรม หรืออพาร์ทเมนต์ และยังมีกิจกรรมนอกหลักสูตรที่ศูนย์ต่าง ๆ จัดให้ ซึ่ง สถานศึกษาแต่ละแห่งมีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ เพื่อให้เรียนรู้และคุ้นเคยกับเมืองที่พักอาศัยและยังได้รื่นเริงกับงานประเพณี ศิลปวัฒนธรรม การพักผ่อนหย่อนใจ กีฬา โดยอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือไม่มีแล้วแต่นโยบายของสถานศึกษาแต่ละแห่ง



ประกาศนียบัตรภาษาฝรั่งเศสสำหรับนักเรียนต่างชาติ ประกาศนียบัตร DELF และ DALF

ประกาศนียบัตรภาษาฝรั่งเศสขั้นพื้นฐาน DELF : Diplôme d’Etudes de Langue Française (Diploma in French Language)
ประกาศนียบัตรภาษาฝรั่งเศสขั้นสูง DALF : Diplôme Approfondi de Langue Française (Advanced Diploma in French Language)
ประกาศนียบัตรทั้ง 2 นี้กำหนดขึ้นโดยกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการวัดระดับความสามารถทางภาษาฝรั่งเศสของนักเรียน DELF เป็นการทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาฝรั่งเศสในชีวิตประจำวัน DALF เป็นการทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาระดับสูงและเฉพาะด้าน เปรียบเหมือนกับการสอบ TOEFL ของภาษาอังกฤษ การสอบประกาศนียบัตรเหล่านี้ไม่ได้บังคับจำนวนชั่วโมงเรียน แต่สำหรับคนที่ไม่เคยเรียนภาษาฝรั่งเศสมาก่อนเลยจะสอบผ่าน DALF ได้ จะต้องเรียนประมาณ 1,000 ชม. ถือว่าเป็นระดับความสามารถทางภาษาฝรั่งเศสตามมาตรฐานในระดับที่นักศึกษาต่างชาติที่ไปเรียนต่อในฝรั่งเศสจำเป็นต้องมีเพื่อให้สามารถศึกษาต่อได้อย่างไม่มีปัญหา ด้วยเหตุนี้ นักเรียนที่ได้รับประกาศนียบัตร DALF แล้วจึงไม่ต้องสอบภาษาอีกในการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาระดับอุดมศึกษา (ตามมาตรา 88 1145 กฎหมาย ลงวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 1988)
นักเรียนสามารถเรียนเพื่อเตรียมตัวและสมัครสอบ DELF และ DALF ได้ที่สมาคมฝรั่งเศส กรุงเทพฯ

ประกาศนียบัตรภาษาฝรั่งเศสของมหาวิทยาลัย

ประกาศนียบัตรเหล่านี้รับรองโดยมหาวิทยาลัยฝรั่งเศส และศูนย์วัฒนธรรมฝรั่งเศสในต่างประเทศ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1. CPLF : Certificat Pratique de Langue Française (Practice Certificate in French Language) เป็นประกาศนียบัตรที่รับรองความรู้ เบื้องต้นด้านภาษาและวัฒนธรรมฝรั่งเศสทั่วไปและด้านพาณิชยการ ใช้เวลาเตรียมการสอบประมาณ 6 เดือน
2. DEF : Diplôme d’Etudes Française (French Studies Diploma) เป็นประกาศนียบัตรระดับที่ 2 ที่ไม่จำเป็นต้องผ่านประกาศนียบัตรอย่างอื่น มาก่อน มีสาขาต่าง ๆ 7 สาขา คือ วรรณคดี ประวัติศาสตร์ศิลป์ เศรษฐศาสตร์ ประชากรศึกษา ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ กฎหมายและการเมือง ซึ่งเป็นการแนะนำวิธีการและเทคนิคในการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของฝรั่งเศส ได้เป็นอย่างดี
3. DSEF : Diplôme Supérieur d’Etudes Française (Higher French Studies Diploma) เป็นประกาศนียบัตรเพื่อเตรียมความพร้อมในด้านเทคนิคและวิธีการทำงาน วิธีการเรียน ที่นักศึกษาในฝรั่งเศสจำเป็นต้องรู้ เมื่อจะเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษา เช่น วิธีการย่อความ การบรรยาย การแปล การเขียน การวิเคราะห์ เป็นต้น ประกาศนียบัตรดังกล่าว จำเป็นต้องผ่านการสอบจนได้รับประกาศนียบัตรระดับที่ 2 มาก่อนจึงจะสามารถเข้าสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรขั้นสูงได้

ประกาศนียบัตรของหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมแห่งปารีส CCIP

หอการค้าและสภาอุตสาหกรรมแห่งปารีสจัดสอบภาษาฝรั่งเศสทางธุรกิจและวิชาชีพมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1969 ซึ่งการกำหนดมาตรฐานเป็นไปตามความต้องการของภาคธุรกิจ โรงเรียนบริหารและการพาณิชย์ของฝรั่งเศส กำหนดเงื่อนไขในการรับสมัครนี้สำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ไม่ได้ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาแม่
หอการค้าและสภาอุตสาหกรรมแห่งปารีส Chambre de Commerce et d’Industrie de Paris (Paris Chamber of Commerce and Industry) เป็นมาตรฐานการรับรองประกาศนียบัตรดังต่อไปนี้
ภาษาฝรั่งเศสสำหรับธุรกิจ
Diplôme supérieur de français des affaires : ประกาศนียบัตรภาษาฝรั่งเศสขั้นสูงสาขาธุรกิจ
Certificat de français du secrétariat : ประกาศนียบัตรภาษาฝรั่งเศสด้านเลขานุการ
Certificat de français du tourisme et de l’hôtellerie : ประกาศนียบัตรภาษาฝรั่งเศสด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยว



ควรจะเลือกเรียนที่ไหนและอย่างไรดี

ในปารีสหรือต่างจังหวัด
เนื่องจากประเทศฝรั่งเศสมีศูนย์ภาษาเป็นจำนวนมาก การเลือกเข้าไปเรียนจึงขึ้นอยู่กับความพอใจทางด้านสถานที่ สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อมของแต่ละแห่งมากกว่า นักเรียนไทยส่วนใหญ่นิยมเลือกเรียนในปารีส การเลือกเรียนในต่างจังหวัดก็ไม่แตกต่างกันเท่าใดนัก เพราะมีมาตรฐานทางการศึกษาเท่าเทียมกันแต่มีค่าครองชีพที่ต่ำกว่ามาก นอกจากนี้ คนต่างจังหวัดมักมีความเป็นมิตร และโอบอ้อมอารีมากกว่าชาวเมืองหลวง ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาของสังคมเมืองกับสังคมชนบท จึงทำให้นักเรียนที่ถึงแม้จะไม่ได้พักอาศัยร่วมกับครอบครัวฝรั่งเศสมักจะมีความสัมพันธ์อันดี และสนิทสนมกับชาวฝรั่งเศสทั่ว ๆ ไปมากกว่านักเรียนในปารีส อีกประการหนึ่ง ชีวิตในชนบทฝรั่งเศสจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิตประจำวันที่ไม่แตกต่างจากในเมือง มากนัก
การเลือกเรียนภาษาในต่างจังหวัด ยังมีข้อดีที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การมีโอกาสได้พักอยู่กับครอบครัวชาวฝรั่งเศสมากกว่า ซึ่งการที่นักเรียนได้พักอาศัยร่วมกับครอบครัวฝรั่งเศสนี้เป็นสิ่งที่ดีและเหมาะกับคนที่ต้องการไปเรียนภาษาระยะสั้นและต้องการฝึกความคุ้นเคย และปรับตัวให้เข้ากับสังคมฝรั่งเศสที่อาจเป็นปัญหาอยู่บ้างสำหรับนักเรียนไทย แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันมากกว่าปัญหาทางวัฒนธรรมจริง ๆ เช่น การอาบน้ำทุกวัน วันละหลาย ๆ ครั้ง การเปลี่ยนเสื้อผ้าและการซักผ้าบ่อย ๆ การช่วยงานบ้านเพื่อมีส่วนร่วม และมีความรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว มิใช่ไปอยู่โดยไม่ทำอะไรเลยเหมือนกับอยู่ในโรงแรม ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติในวัฒนธรรมฝรั่งเศสเป็นต้น กล่าวโดยสรุปแล้ว สำหรับนักเรียนที่ต้องการไปเรียนภาษาฝรั่งเศสระยะสั้น (ไม่เกิน 3 เดือน) การได้ไปพักกับครอบครัวฝรั่งเศสเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเรียนภาษาเพราะจะได้เรียนรู้วิถีการดำเนินชีวิตและวัฒนธรรมฝรั่งเศสไปพร้อมกัน นับเป็นประสบการณ์ชีวิตที่น่าสนใจ

เลือกเรียนในศูนย์ภาษาของมหาวิทยาลัยหรือของเอกชน

ข้อพิจารณาที่สำคัญในการเลือกเรียนในศูนย์ภาษาประเภทใดนั้น คือ ระยะเวลาที่จะเรียน และจุดมุ่งหมายในการเรียน

ศูนย์ภาษาเอกชน
สถาบันเอกชนมีการอำนวยความสะดวกอย่างดี เหมาะสำหรับนักศึกษาที่ต้องการเรียนระยะสั้นตั้งแต่ 2 สัปดาห์ถึง 6 เดือน การช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในทุกด้าน และการที่ศูนย์ภาษาเอกชนเป็นหน่วยงานขนาดเล็ก ทำให้ไม่ต้องเสียเวลากับปัญหาด้านธุรการทั่วไป เช่น ที่พักอาศัย อาหาร การหาข้อมูลต่าง ๆ แต่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างจะสูงกว่ามาก

ศูนย์ภาษาของมหาวิทยาลัย
ศูนย์ภาษาของมหาวิทยาลัย จะรับนักศึกษาเป็นภาคการศึกษาปกติ (ต.ค.- ม.ค. และ ก.พ.- มิ.ย.) หรือภาคฤดูร้อน (ก.ค.- ก.ย.) ประสิทธิภาพในด้านการเรียนการสอนของหลักสูตรเป็นที่ยอมรับ แต่ในด้านธุรการของนักเรียนจะไม่สะดวกเท่ากับสถาบันเอกชน นักเรียนต่างชาติจะอยู่ในสภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัยและใช้ชีวิตประจำวันเช่นเดียวกันกับนักศึกษาฝรั่งเศส โดย ไม่มีบริการพิเศษให้ ซึ่งจะทำให้นักเรียนต่างชาติต้องใช้เวลาปรับตัวในตอนต้นของการเรียนอยู่บ้าง จึงไม่เหมาะกับนักเรียนที่ต้องการเรียนภาษาระยะสั้น แต่เหมาะกับนักเรียนที่ต้องการเรียนภาษาฝรั่งเศสในระยะยาว (ประมาณ 1 ปี) โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนที่เรียนภาษาเพื่อเตรียมตัวเข้าศึกษาต่อในสถาบันระดับอุดมศึกษาของฝรั่งเศส
ข้อดีของการเรียนภาษาฝรั่งเศสในมหาวิทยาลัย คือ การมีโอกาสได้พบกับนักศึกษาฝรั่งเศสตลอดเวลา เพื่อการฝึกภาษา และได้รับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการเตรียมตัวเป็นนักศึกษาต่อไป นอกจากนั้น ยังสามารถเข้าไปฟังบรรยายวิชาที่จะลงทะเบียนศึกษาในภาคเรียนต่อไปได้ และยังเป็นโอกาสที่ดีในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ แบบนักศึกษา เพราะเมื่อถึงเวลาเข้าศึกษาแล้วจะได้ไม่ต้องไปเสียเวลากับการปรับตัวอีก ซึ่งจะทำให้สามารถใช้เวลากับการเรียนได้อย่างเต็มที่

ควรเรียนภาษาในเมืองไทยก่อนหรือรอไปเรียนที่ประเทศฝรั่งเศส

หากคุณไม่มีพื้นความรู้ภาษาฝรั่งเศสมาก่อนเลย การไปเริ่มต้นใหม่ ทั้งหมดในฝรั่งเศส ก็ไม่มีผลเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะจะมีระบบการเรียนการสอนทุกระดับ เริ่มตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน และการที่ไปเรียนที่ประเทศฝรั่งเศสเป็นการบังคับให้ต้องใช้ภาษาฝรั่งเศสในชีวิตประจำวันตลอดเวลา จึงทำให้มีการพัฒนาการเรียนรู้ทางภาษาได้อย่างรวดเร็ว แต่หากคุณมีการเตรียมตัวเรียนภาษาฝรั่งเศสในเมืองไทยไปก่อนก็จะเป็นการดี เพราะแม้ว่าจะไม่ได้พัฒนาในด้านการพูดมากนัก แต่จะได้ความรู้ด้านพื้นฐานทางทฤษฎีและไวยากรณ์ไปก่อน การเรียนในประเทศไทยหรือในฝรั่งเศสไม่แตกต่างกันมากนัก แต่จะช่วยประหยัดเวลาและงบประมาณในการเรียนเพราะค่าครองชีพในฝรั่งเศสสูงกว่าเมืองไทยมาก
อีกประการหนึ่ง นักศึกษาไทยส่วนมาก เมื่อคิดถึงการที่จะไปเรียนต่อในฝรั่งเศส มักจะเห็นว่าปัญหาใหญ่คือภาษาที่ต้องไปเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดเลย เมื่อเปรียบเทียบกับการไปเรียนต่อในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษซึ่งเคยเรียนมาก่อนในเมืองไทย นักศึกษาไทยส่วนใหญ่ตัดสินใจเลือกไปศึกษาต่อในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ เพราะคิดว่าอย่างน้อยตนเองก็มีพื้นฐานเดิมอยู่บ้างแล้วโดยเริ่มเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาหรือก่อนหน้านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ถึงแม้คุณจะไปเรียนในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ และสอบผ่าน TOEFL ตามระดับที่สถานศึกษากำหนดแล้วก็ตาม แต่เมื่อไปถึงต่างประเทศแล้ว นักศึกษาไทยส่วนใหญ่จะพบว่าระดับพื้นความรู้ภาษาอังกฤษของตนเองยังอยู่ต่ำกว่าระดับขั้นการใช้งานอยู่มาก ทั้งในด้านการสื่อสารในชีวิตประจำวันและการใช้ภาษาในห้องเรียน ต้องเสียเวลาเรียนภาษาอังกฤษใหม่ในต่างประเทศเช่นเดียวกัน ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 1 ปี ถึง 1 ปี 6 เดือน จึงจะพัฒนาความสามารถทางภาษาจนถึงขั้นมีประสิทธิภาพได้ นักศึกษาจำนวนไม่น้อยต้องลงทะเบียนเรียนภาษาอังกฤษในต่างประเทศ ควบคู่กับการศึกษาต่อทางด้านวิชาการไปด้วย ซึ่งก็ไม่แตกต่างกับการเลือกไปเรียนในฝรั่งเศสที่จะเป็นการเริ่มต้นใหม่ แต่จะเป็นการเริ่มต้นตามขั้นตอน อย่างเป็นระบบ มีหลักสูตรที่สามารถเรียนอย่างจริงจังและสามารถพัฒนาความรู้ภาษาฝรั่งเศสจนถึงขั้นใช้งานได้ ทั้งในชีวิตประจำวันและในห้องเรียนได้ภายในเวลาเพียง 9 เดือน ซึ่งจะทำให้คุณมี ความรู้ด้านภาษาฝรั่งเศสอย่างเพียงพอที่จะศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาฝรั่งเศสต่อไปได้ อีกประการหนึ่ง การเรียนภาษาอังกฤษอย่างผิด ๆ ถูก ๆ ใน เมืองไทยติดต่อกันเป็นเวลานานหลาย ๆ ปี อาจจะเป็นการยากที่จะแก้ไขสิ่งผิด ๆ ที่ทำจนคุ้นเคยจนเป็นนิสัยติดตัวไปเสียแล้ว การไปเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดเลยในอีกภาษาหนึ่งอาจจะง่ายกว่า
อย่าลืมว่าภาษาเป็นเพียงสื่อที่จะถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดเท่านั้น สำหรับนักศึกษาที่ไปเรียนต่อต่างประเทศสิ่งสำคัญที่สุดคือ วิทยาการ ความรู้ และเทคโนโลยีที่ได้รับการถ่ายทอดมา สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญมากกว่า “ภาษา” เพราะว่าเมื่อกลับมาเมืองไทยแล้ว ภาษาต่างประเทศอาจจะมีโอกาสได้ใช้อยู่บ้างในการประกอบอาชีพ แต่ก็น้อยกว่าภาษาแม่ของคุณเองอย่างแน่นอน ความรู้ความชำนาญ และประสบการณ์ที่ได้รับต่างหากที่จะเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใช้ในชีวิตของคุณต่อไป



เลือกเรียนหลักสูตรปกติหรือหลักสูตรเร่งรัดดีกว่า

สำหรับนักเรียนที่ไปเรียนภาษาฝรั่งเศสระยะสั้น (ประมาณ 1 เดือน) ถ้ามีจุดประสงค์เพื่อการฝึกฝนภาษาฝรั่งเศสอย่างจริงจัง ควรเลือกหลักสูตรเร่งรัด (Cours intensifs) ซึ่งจะมีชั่วโมงเรียนทุกวัน ๆ ละ 4 - 5 ชั่วโมง แต่ถ้าการเรียนภาษาไม่ได้เป็นเพียงจุดประสงค์เดียวก็ควรจะเลือกหลักสูตรปกติ (Cours extensifs) ซึ่งจะมีเวลาว่างสำหรับการไปทำกิจกรรมอย่างอื่นมากกว่า นักศึกษาที่ไปเรียนภาษาในระยะยาวและมีจุดประสงค์ในการศึกษาต่อในฝรั่งเศส ควรเรียนหลักสูตรเร่งรัดตลอดระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อสร้างพื้นความรู้ด้านภาษาฝรั่งเศสที่ดีพอสำหรับการใช้ชีวิตนักศึกษาในระบบอุดมศึกษาฝรั่งเศส ที่เน้นการเรียนนอกห้องเรียนอย่างมากหรืออย่างน้อยที่สุดก็ควรจะเริ่มต้นเรียนภาษาด้วยหลักสูตรเร่งรัด (ประมาณ 3 - 6 เดือนแรก) ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเริ่มด้วยหลักสูตรปกติ เพราะจะไม่มีการสร้างพื้นฐานที่ดีสำหรับการเรียนต่อไป และหากคุณตัดสินใจที่จะเตรียมตัวเรียนภาษาฝรั่งเศสในเมืองไทยไปก่อน ขอแนะนำให้เลือกหลักสูตรเร่งรัด ไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพราะจะสร้างพื้นฐานที่ดีพอสำหรับการไปพัฒนาในฝรั่งเศสต่อไป และค่าเรียนในเมืองไทยถูกกว่ามากเมื่อเทียบกับในฝรั่งเศส

ควรสอบถามศูนย์ภาษาเรื่องอะไรบ้าง

เมื่อเลือกศูนย์ภาษาได้แล้ว และต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ควรสอบถามรายละเอียด เช่น
จำนวนนักเรียนต่อห้อง จำนวนโดยเฉลี่ย จำนวนมากที่สุด เรียน กี่ครั้งต่อสัปดาห์
ศูนย์ภาษามีห้องแลปภาษาหรือไม่ มีเครื่องเล่นวีดีโอ เครื่องบันทึกเทป และศูนย์คอมพิวเตอร์หรือไม่
สามารถเข้าฟังบรรยายในมหาวิทยาลัยโดยไม่ต้องลงทะเบียนได้หรือไม่
ศูนย์จัดให้สอบเพื่อรับประกาศนียบัตรอะไรได้บ้าง
ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นหรือไม่ มีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ที่พัก อาหาร ที่พักสำหรับครอบครัว อะไรบ้าง ค่าใช้จ่ายเท่าไร
ศูนย์ภาษาคัดเลือกและตรวจสอบครอบครัวฝรั่งเศสที่จัดให้นักเรียนไปพักอาศัยร่วมอยู่ด้วยหรือไม่ (กรณีเลือกพักอาศัยร่วมกับครอบครัวฝรั่งเศส)
ที่ตั้งศูนย์ภาษาอยู่ในตัวเมืองหรือนอกเมือง
อาคารของศูนย์เป็นอย่างไร ใหม่หรือเก่า
มีนักศึกษาฝรั่งเศสอยู่ด้วยหรือไม่
ศูนย์ฯ มีบริการกิจกรรมสันทนาการให้ หรือเพียงแค่ให้ข้อมูลแก่ นักเรียนเท่านั้น
มีคนมารับที่สนามบินหรือสถานีรถไฟหรือไม่
มีสถานที่รับประทานอาหารกลางวันหรือไม่ ราคาแพงไหม
ออกบัตรนักศึกษาให้หรือไม่ ค่าใช้จ่ายเท่าไร
ถ้ามีเหตุจำเป็นต้องกลับประเทศไทยก่อน หรือยกเลิกการสมัครเข้าเรียนจะได้เงินมัดจำคืนหรือไม่หรือถูกยึดมัดจำ
ถ้าเจ็บป่วยจะทำอย่างไร
ติดต่อศูนย์ภาษาอย่างไรดี หาข้อมูลรายละเอียดและคำแนะนำได้ที่ไหน
สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับศูนย์ภาษาทั่วไปได้จากสถานทูตฝรั่งเศสฝ่ายวัฒนธรรม ซึ่งมีการจัดรวบรวมข้อมูลเป็นรูปเล่ม และได้มีการปรับปรุงทุกปี โดยแผนกนโยบายทางภาษาและการศึกษาของกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส รวบรวมข้อมูลของศูนย์ภาษาต่าง ๆ อย่างละเอียด เช่น สถานที่ตั้ง หมายเลขโทรศัพท์ โทรสาร ตารางเวลาของหลักสูตรต่าง ๆ จำนวนนักศึกษาที่สามารถรับได้ จำนวนนักศึกษาต่อห้อง จำนวนชั่วโมงเรียนต่อสัปดาห์ อัตราค่า เล่าเรียน วิธีการสอน และประกาศนียบัตรที่มอบให้ รวมทั้งกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ที่แต่ละศูนย์จัดไว้ให้กับนักศึกษา
กลุ่มองค์กรเอกชนที่สอนภาษาฝรั่งเศสสำหรับชาวต่างประเทศ SOUFFLE (รวมศูนย์ภาษาทั้งของเอกชน หรือของมหาวิทยาลัย 20 แห่ง ทั่วประเทศ)
BP 133 La Garde 83 957
Tel. 33 (0) 4 94 21 20 92
Fax. 33 (0) 4 94 21 20 17
courrier@souffle.asso.fr
www.souffle.asso.fr

ADCUEFE (รวมศูนย์ภาษาเฉพาะของมหาวิทยาลัย 25 แห่ง ทั่วประเทศ)
Université de Lyon
69000 LYON
www.fle-universite.com

การจัดการเรื่องค่าเล่าเรียน

การจัดการเรื่องค่าเล่าเรียน
ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้นนักศึกษาต่างชาติทุกคนเป็นนักเรียนทุนรัฐบาลฝรั่งเศสแล้วทั้งนั้น แต่นอกเหนือจากนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสยังได้จัดสรรทุนการศึกษาให้แก่ครู อาจารย์ ที่ประสงค์จะศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ในปี พ.ศ. 2540 รัฐบาลฝรั่งเศสให้ทุนการศึกษาประเภทนี้มากกว่า 100 ทุน แก่ประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีทุนการศึกษาของสหภาพยุโรปในโครงการการแลกเปลี่ยน ต่าง ๆ และทุนการศึกษาของรัฐบาลไทย (ทุน ก.พ.)
นักศึกษาต่างชาติที่ต้องการไปศึกษาในฝรั่งเศส มีวิธีการจัดการด้านการเงิน 3 ทาง คือ
1. ทุนรัฐบาลฝรั่งเศส การขอรับทุนดำเนินการโดยสถานทูตฝรั่งเศส ฝ่ายวัฒนธรรม
ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่สถานทูตฝรั่งเศส ฝ่ายวัฒนธรรมในประเทศไทย และ Web site กระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส Eiffel scholarship... www.egide.asso.fr/eiffel
2. ทุนรัฐบาล หรือทุนของภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาของประเทศไทย บางแห่งเสนอให้ความช่วยเหลือด้านทุนการศึกษาในต่างประเทศ
ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก กระทรวงศึกษาธิการ หรือ สำนักงานให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน หรือสำนักงานนักศึกษาต่างประเทศใน มหาวิทยาลัยต่าง ๆ
คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) www.ocsc.go.th
3. ทุนระหว่างประเทศ หรือองค์การ NGO เช่น สมาคมหรือกองทุนต่าง ๆ
ข้อมูลเพิ่มเติม ค้นได้จาก UNESCO สาขาศึกษาต่างประเทศ www.unesco.org
คุณควรจะเริ่มดำเนินการขอทุนอย่างน้อย 1 ปี ล่วงหน้าก่อนที่คุณจะเดินทางไปฝรั่งเศส นักศึกษาไม่สามารถรับทุนจาก 2 แหล่งพร้อมกันได้
นักศึกษาต่างชาติทำงานในฝรั่งเศสได้หรือไม่
ได้ แต่กฎหมายฝรั่งเศสควบคุมการทำงานของนักศึกษาต่างชาติจากทุกประเทศ นักศึกษาจะต้องทำงานไม่เกินปีละ 884 ชม. ในแต่ละปีที่ได้รับการอนุญาต นักศึกษาสามารถทำงานไม่เกินสัปดาห์ละ 19 ชม.ครึ่ง ของแต่ละ ปีการศึกษา ในช่วงปิดเทอม นักศึกษาสามารถทำงานได้เต็มเวลา (39 ชม. ต่อสัปดาห์)
นักศึกษาต่างชาติที่ต้องการทำงานจะต้องได้รับการอนุญาตจากกระทรวงแรงงานฝรั่งเศส 1 กรกฎาคม 1999 ค่าแรงขั้นต่ำในฝรั่งเศสเท่ากับ 6.41 ยูโร ต่อชั่วโมง
การขอวีซ่า (ระยะยาว)
ข้อกำหนดพื้นฐาน
นักศึกษาต่างชาติมีสิทธิหลายอย่างในการเข้าประเทศฝรั่งเศส ประการแรกก็คือ สามารถต่อวีซ่าระยะยาวได้ตลอดช่วงระยะเวลาการศึกษา
สำหรับผู้ที่ต้องการวีซ่าสำหรับการหาสถานศึกษาในฝรั่งเศส จะได้รับวีซ่าพิเศษที่เรียกว่า “Étudiant concours” ซึ่งมีอายุไม่เกิน 90 วัน สำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย หรือเพื่อไปเยี่ยมชมสถาบันการศึกษาระดับสูง บุคคลที่ผ่านการทดสอบจะได้รับวีซ่านักศึกษาโดยไม่ต้องเดินทางกลับประเทศต้นทางก่อน วีซ่าประเภทนี้ จะออกให้กับนักศึกษาของสถาบันการศึกษาระดับสูงที่ดำเนินขั้นตอนตามระเบียบของหลักสูตรระยะสั้น หรือวิชาฟื้นฟู ทบทวนสำหรับ หลักสูตรวิชาชีพ
การขอวีซ่า ต้องไปติดต่อที่แผนกวีซ่าของสถานกงสุลฝรั่งเศส เลขที่ 29 ถนนสาทรใต้ กรุงเทพฯ
แบบฟอร์มวีซ่า Download ได้ที่ www.diplomatie.gouv.fr/venir/visas/index.html (ไม่ยืนยันว่าสามารถใช้ยื่นขอวีซ่าจริงได้ แต่เป็นแบบมาตรฐานของฝรั่งเศส ใช้เป็นข้อมูลในการเตรียมเอกสารและการเขียน อาจจำเป็นต้องใช้แบบฟอร์มที่สถานทูต/สถานกงสุล)
มีข้อควรจำ 2 ประการ
1. วีซ่าท่องเที่ยวไม่สามารถเปลี่ยนเป็นวีซ่านักศึกษาได้ ซึ่งหมายรวมถึงประเทศในสหภาพยุโรปด้วย
2. นักศึกษาต่างชาติที่ต้องการอยู่ในฝรั่งเศสนานเกินกว่า 3 เดือน จะต้องมีบัตรประจำตัวคนต่างด้าว (Carte de séjour)
ข้อกำหนดของสถานทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยในการขอวีซ่า นักศึกษา
การยื่นคำร้องเพื่อศึกษาต่อ
นักศึกษาที่ประสงค์จะเดินทางไปศึกษาต่อยังประเทศฝรั่งเศส จะต้องติดต่อแผนกวัฒนธรรมก่อนการยื่นคำร้อง
ประเภทของวีซ่า
วีซ่าระยะยาว ผ่านแดน 1 ครั้ง และจะต้องดำเนินเรื่องขอทำบัตรประจำตัวเมื่อถึงประเทศฝรั่งเศส
เอกสารประกอบการยื่นคำร้อง
แบบคำร้องประเภทระยะยาว 2 ใบ
รูปถ่าย 2 ใบ
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับแปลเป็นภาษาฝรั่งเศส)
สำเนาสูติบัตร (ฉบับแปลเป็นภาษาฝรั่งเศส)
เอกสารรับรองเพื่อลงทะเบียนเรียนในสถาบันอุดมศึกษา หรือในสถาบันสอนภาษาฝรั่งเศส อย่างน้อย 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ใบประกาศนียบัตรหรือหลักฐานผลการเรียนภาคปีการศึกษา
หลักฐานทางการเงิน ผู้ยื่นคำร้องจะต้องเปิดบัญชีเงินฝากไว้ที่ประเทศฝรั่งเศสเป็นจำนวนเงิน 3,787 ยูโรต่อปีเป็นอย่างต่ำ หรือหลักฐานการโอนเงินตลอดระยะเวลาที่ศึกษาเป็นเงิน 380 ยูโรต่อเดือน เช่น สำเนาการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร เป็นต้น
เอกสารรับรองที่พัก
- หนังสือยืนยันที่พัก รับรองโดยผู้ตอบรับพร้อมสำเนาบัตร ประจำตัวหรือสำเนาใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในกรณีที่ผู้ตอบรับเป็นต่างด้าว หรือ
- สัญญาเช่าหรือหนังสือรับรองกรรมสิทธิ์ หรือ
- หลักฐานการจองห้องพักของสถาบันการศึกษา
ใบรับรองแพทย์ โดยแพทย์ที่สถานทูตรับรองสถานะ
แพทย์หญิงวรรณวโรทัย สิงหศิวนนท์
วันจันทร์โทร. 0-2535-3169
วันอังคาร-พุธโทร. 0-2563-9115
วันพฤหัสบดี-ศุกร์โทร. 0-2513-0121 ต่อ 1423
หรือหลัง 19.00 น.โทร. 0-2233-4706
หมายเหตุ
1. หนังสือเดินทางจะต้องมีอายุใช้การได้เกินกว่า 1 ปี
2. นักเรียน (นักศึกษา) จะต้องเดินทางออกจากประเทศไทยโดยได้รับการตรวจลงตรา (วีซ่า) ประเภทระยะยาว มิใช่ประเภทท่องเที่ยว เพื่อขออนุญาตในการพำนักอยู่ในประเทศฝรั่งเศสอย่างถูกต้อง
3. ผู้ยื่นคำร้องขอรับรองการตรวจลงตรา (วีซ่า) ประเภทนักเรียน (นักศึกษา) จะต้องยื่นเอกสารด้วยตนเอง
4. สถานทูตฯ สงวนสิทธิ์ที่จะเรียกถามรายละเอียด หรือเอกสาร อื่น ๆ เพิ่มเติมได้
การหาที่พัก
การหาที่พักของนักศึกษาในฝรั่งเศสไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะในปารีส ขอ แนะนำว่าคุณควรเริ่มหาที่พักตั้งแต่การตัดสินใจไปศึกษาต่อ อย่างน้อยที่สุด ไม่ควรต่ำกว่า 3 เดือนก่อนการเดินทาง โดยทั่วไปมีทางเลือกในการหาที่พักใหญ่ ๆ 2 ทาง คือ
1. ที่พักของมหาวิทยาลัย
แม้ว่ามหาวิทยาลัยฝรั่งเศสจะจัดที่พักสำหรับนักศึกษาและอพาร์ทเมนต์ราคาต่ำ (106 - 257 ยูโร ต่อเดือน) บริหารโดยศูนย์กิจการนักศึกษา (CROUS : Centres Régionaux des Oeuvres Universitaires et Scolaires) การจะได้ที่พักหรือไม่ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ที่มีบรรทัดฐานที่แน่นอน นักศึกษาต่างชาติที่ได้รับทุนจากรัฐบาลฝรั่งเศสจะได้รับสิทธิ์ก่อน
2. ที่พักในเมือง
ในปารีส ราคาค่าเช่าที่พักรายเดือนอยู่ประมาณ 14 ยูโร ต่อตาราง-เมตร และ 7 ยูโร ต่อตารางเมตรในชนบท ในปารีสและพื้นที่รอบ ๆ จะหาที่พักได้ยาก เว้นแต่จะติดต่อตัวแทนจัดหาที่พักล่วงหน้าไว้ก่อน
ข้อพิจารณาอื่น ๆ
CROUS ซึ่งมีอยู่ในมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ จะมีข้อมูลการเช่าที่พักอาศัยในเขตชุมชน
มหาวิทยาลัยและโรงเรียนหลายแห่ง มักจะมีการติดตามข้อมูลเรื่องที่พักอาศัยของเอกชนในบริเวณใกล้เคียงกับมหาวิทยาลัย บางแห่งอาจมีที่พักไว้ให้กับนักศึกษาของตนเอง ควรจะสอบถามเรื่องที่พักอาศัยตั้งแต่การติดต่อ ครั้งแรก
Web site ต่อไปนี้ มีรายการที่พักอาศัยให้เช่าทั่วประเทศฝรั่งเศส แต่ไม่สามารถเชื่อมต่อกับ EduFrance หรือมหาวิทยาลัยฝรั่งเศส
FNAIM (Fédération Nationale des Agences Immobilières)
Yahoo-France real estate classifieds
การเช่าอพาร์ทเมนต์ในฝรั่งเศส ผ่านตัวแทนจัดหาที่พักต้องการ
- เงินมัดจำ เพื่อประกันว่าคุณจะจ่ายค่าเช่ารายเดือน
- เงินมัดจำค่ารักษาความปลอดภัย ซึ่งเท่ากับ 2 เดือนล่วงหน้าของค่าเช่า
- ค่าธรรมเนียมของตัวแทนจัดหาที่พัก (ปกติเท่ากับค่าเช่า 1 เดือน)
การประกันสุขภาพของฝรั่งเศส
ระบบสวัสดิการสังคมในฝรั่งเศส จัดได้ว่าเป็นระบบที่ดีที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง นานกว่า 50 ปีแล้วที่ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ (Sécurité sociale) ได้จ่ายทดแทนในทุกส่วนของค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ของสมาชิก การประกันของแต่ละบุคคลมีสิทธิที่จะเลือกสถาบันการประกันได้โดยอิสระ
สำหรับนักศึกษา มีระบบประกันสุขภาพพิเศษให้บริการ นักศึกษา ต่างชาติอายุต่ำกว่า 28 ปี จะได้รับความคุ้มครองโดยอัตโนมัติ โดยจะต้อง ลงทะเบียนในสถาบันการศึกษาที่มีแผนประกันสุขภาพนักศึกษา โดยมีกรมธรรม์ประกันสุขภาพเป็นรายบุคคล การเข้าเป็นสมาชิกระบบประกันสุขภาพของ นักศึกษา คุณจะต้องลงทะเบียนความคุ้มครองประกันสุขภาพในสถาบัน การศึกษาฝรั่งเศสตั้งแต่เริ่มต้นของภาคเรียน โดยคุณจะต้องเลือกแผนคุ้มครองสุขภาพสาธารณะซึ่งรัฐบาลฝรั่งเศสรับรองอย่างใดอย่างหนึ่งใน 5 สถาบัน สำหรับนักศึกษา
ค่าธรรมเนียมประมาณ 92 ยูโร ต่อปี แผนประกันทั้ง 5 แบบคือ
MNEF
USEM
MER
SMEBA
UNITSEM
การจ่ายค่าทดแทน โดยฝ่ายประกันสุขภาพแห่งชาติ
แผนประกันเป็นกลุ่มจะจ่ายค่าทดแทนจากความแตกต่างระหว่าง ค่าใช้จ่ายจริงในการรับบริการทางการแพทย์ (ค่าธรรมเนียมแพทย์ ยา ค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาล) และจำนวนค่าทดแทนของระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ
แผนคุ้มครองสำหรับนักศึกษา เป็นรูปแบบการประกันอุบัติเหตุที่คุณก่อต่อผู้อื่น คุ้มครองการบาดเจ็บและความเสียหายที่มีผลสืบเนื่องมาจากอุบัติเหตุ รวมทั้งการประกันชีวิต
ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ เสนอแผนประกันบุคคลที่ไม่ได้รับความคุ้มครองผ่านหน่วยงานประกันสุขภาพ (CPAM : Caisse Primaire d’Assurance Maladie) ในเขตที่คุณพักอาศัยอยู่ กรมธรรม์ส่วนบุคคลนี้บริการความคุ้มครองในระดับเดียวกับแผนประกันสุขภาพแห่งชาติ แต่เป็นบริการสาธารณะโดยบริษัทเอกชนทั่วไปเช่น MNEF และ USEM
สิ่งที่ต้องทำเมื่อไปถึงฝรั่งเศส
เมื่อคุณไปถึงฝรั่งเศส มีสิ่งที่คุณต้องดำเนินการทันที
1. ติดต่อสถาบันการศึกษาที่ต้องการศึกษาต่อ เพื่อยืนยันการลงทะเบียนของคุณ
2. รายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น (Préfecture) เพื่อยื่นคำร้องขอทำบัตรประชาชนชั่วคราว หรือ บัตรประจำตัวคนต่างด้าว (Carte de séjour)
การติดต่อสถาบันการศึกษาที่ต้องการศึกษาต่อ
นักศึกษาต่างชาติและนักศึกษาฝรั่งเศสทุกคนจะต้องลงทะเบียนเรียนทุกปี ขั้นตอนการลงทะเบียนเป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกมหาวิทยาลัยของฝรั่งเศส สถาบันการศึกษาระดับสูงอื่น ๆ มีระเบียบวิธีและขั้นตอนของตนเอง แต่ทุกแห่งก็ต้องมีการลงทะเบียนเป็นรายปีเช่นเดียวกัน
การลงทะเบียนเรียน
ในประเทศฝรั่งเศส ปีการศึกษาจะเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือน มิถุนายน การสมัครต้องติดต่อฝ่ายทะเบียนของมหาวิทยาลัยที่คุณสมัครเข้าเรียน โดยตรง หรือทางไปรษณีย์ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยจะจัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับเอกสารที่จะต้องจัดเตรียม นักศึกษาทุกคนจะต้องลงทะเบียนเรียนทุกปี
ขั้นตอนในการลงทะเบียนเรียนมี 2 ขั้นตอนคือ
1. การขึ้นทะเบียนนักศึกษา (Administrative enrolment)
2. การลงทะเบียนเรียน (Pedagogical enrolment)
การขึ้นทะเบียนนักศึกษา (Administrative enrolment) หลังจากได้รับการตอบรับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแล้ว คุณสามารถขึ้นทะเบียนเป็น นักศึกษาได้โดยกรอกแบบฟอร์มได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม มหาวิทยาลัยจะแจ้งกำหนดการส่งแบบฟอร์มและการชำระค่าเล่าเรียน นักศึกษาจะต้องขอใบรับรองการลงทะเบียนเรียนเพื่อใช้ในการขอใบอนุญาตที่พัก (Resident Card) ภายหลังการลงทะเบียน นักศึกษาจะได้รับบัตรนักเรียนสำหรับตลอดปีการศึกษา (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง วันที่ 30 กันยายนในปีถัดไป)
ค่าลงทะเบียนเรียน ค่าธรรมเนียมในการลงทะเบียนในสถาบันการศึกษาระดับสูงของภาครัฐเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 133 - 762 ยูโร รวมค่าธรรมเนียมการใช้ห้องสมุด นอกจากนี้ค่าประกันสุขภาพนักศึกษาอีก 171 ยูโร ในบางสาขาอาจมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าลงทะเบียนทางไกล ค่าเอกสาร หรือวิชาเรียนร่วมอื่น ๆ
การลงทะเบียนเรียน (Pedagogical enrolment) เป็นขั้นตอนที่สองและขั้นตอนสุดท้ายในการลงทะเบียนที่ให้สิทธิ์ในการเข้าชั้นเรียนและการรับรองเมื่อคุณอยู่นอกประเทศฝรั่งเศส ทั้งนี้การลงทะเบียนไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ และคุณจะต้องจดทะเบียนที่ "Unité de Formation et de Recherche, UFR " ซึ่งดูแลวิชาเรียนของคุณ นักศึกษาจะเลือกวิชาเรียน จำนวนวิชา กลุ่มการทำงาน และตารางเวลาเรียน นักศึกษาสามารถสอบถามข้อมูลโดยตรงกับสถาบันระดับสูงต่าง ๆ เกี่ยวกับขั้นตอนต่าง ๆ ของแต่ละมหาวิทยาลัย รวมถึงขั้นตอนการสมัครเข้าเรียนและปฏิทินการศึกษา
สถาบันการศึกษาระดับสูงอื่น ๆ
สถาบันการศึกษาระดับสูงอื่น ๆ มีอิสระในการจัดทำขั้นตอนของการลงทะเบียนนักศึกษาและการลงหน่วยกิตสำหรับการศึกษาของตนเอง ซึ่งควรจะต้องให้คุณทราบล่วงหน้าก่อนการเดินทางออกจากประเทศของคุณ ควรระมัดระวังและให้ความสำคัญเป็นพิเศษต่อเอกสารที่คุณต้องนำไปแสดง ซึ่งส่วนมากมักต้องใช้เอกสารต้นฉบับ (ตัวจริง) โดยไม่สามารถใช้สำเนาไปแสดงแทนได้
เอกสารประกอบการลงหน่วยกิตเข้ารับการศึกษาของมหาวิทยาลัย
เอกสารยืนยันการจัดเตรียมสำหรับระดับการศึกษาที่คุณต้องการ ลงหน่วยกิตเข้ารับการศึกษา (ปริญญาบัตร ทรานสคริปต์ หนังสือรับรองของ มหาวิทยาลัย) คุณจะต้องนำส่งเอกสารต้นฉบับพร้อมคำแปลเป็นภาษาฝรั่งเศสที่ได้รับการรับรองจากสถานทูตฝรั่งเศส สถานกงสุล หรือหน่วยงานของรัฐ
เอกสารรับรองความสามารถทางภาษาฝรั่งเศส (เช่น หนังสือรับรองการสอบภาษาฝรั่งเศส)
เอกสารยืนยันของกองตรวจคนเข้าเมือง (หนังสือเดินทางและวีซ่า)
เอกสารยืนยันการประกันสุขภาพ (สมาชิกภาพในกลุ่มนักศึกษา หรือกรมธรรม์ส่วนบุคคล)
หนังสือรับรองสุขภาพ นักศึกษาทุกเชื้อชาติ จะต้องผ่านการตรวจร่างกาย ค่าตรวจร่างกายประมาณ 55 ยูโร
รูปถ่ายสำหรับทำบัตร 3 - 6 รูป
บัตรประจำตัวคนต่างด้าว (Carte de séjour)
ขั้นตอนที่ 2 ที่คุณต้องกระทำทันทีเมื่อไปถึงฝรั่งเศสก็คือ การขอรับบัตรประจำตัวนักศึกษาจากเจ้าหน้าที่ประจำท้องถิ่น นักศึกษาต่างชาติที่ไปศึกษาต่อในฝรั่งเศสนานเกินกว่า 3 เดือน จะต้องมีบัตรประจำตัวนักศึกษาชั่วคราว ซึ่งมีคำว่า “étudiant” ปรากฏอยู่ โดยขอรับได้จากเจ้าหน้าที่บริหารส่วน ท้องถิ่นในพื้นที่ที่พักอาศัยอยู่ บัตรประจำตัวนักศึกษาชั่วคราวจะมีอายุไม่เกินกว่าอายุหนังสือเดินทาง หรือระยะเวลาการศึกษา บัตรประจำตัวคนต่างด้าว (Carte de séjour) จะต้องต่ออายุเป็นรายปี ทุก ๆ ปี และการช่วยเหลือในการหาที่พักอาศัย จะต้องมีบัตรประจำตัวนักศึกษาประกอบด้วย มหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนจะแจ้งให้ทราบว่า จะไปขอรับบัตรประจำตัวนักศึกษาได้ที่ไหน และมีหลายสถาบันที่เตรียมแบบฟอร์มการขอรับบัตรประจำตัวนักศึกษาไว้ให้กับ นักศึกษาของตน
กำหนดเวลา
นักศึกษาต่างชาติที่เดินทางมาเพื่อศึกษาต่อที่ประเทศฝรั่งเศสนานกว่า 3 เดือนจะต้องขอใบอนุญาตที่พักชั่วคราว (Resident Card) ที่ที่ทำการเทศบาล “Préfecture” ประจำเมืองต่าง ๆ ควรจะยื่นคำร้องให้เร็วที่สุดเมื่อเดินทางไปถึง
อายุบัตร
อายุบัตรขึ้นอยู่กับอายุของหนังสือเดินทาง และไม่เกินกว่าระยะเวลาการศึกษาของคุณ Resident Card มีอายุไม่เกินกว่า 1 ปี อย่างไรก็ดี คุณสามารถขอต่ออายุบัตรได้ โดยยื่นเรื่องโครงการการศึกษาและผลการเรียนของคุณซึ่งจะเป็นเอกสารสำคัญที่ที่ทำการเทศบาลจะต่ออายุให้
สถานที่ติดต่อ
- ในปารีสจะต้องติดต่อที่แผนกต้อนรับสำหรับชาวต่างชาติที่ Préfecture de Police (13 rue Miollis, 75015 Paris เดินทางโดยรถไฟใต้ดินสาย 6 หรือรถโดยสารประจำทางเบอร์ 80, 39, 70, 89) เปิดทำการวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี เวลา 8.45-16.30 น. วันศุกร์ เวลา 8.45-16.00 น. พร้อมเอกสารที่เป็นหลักฐานว่าเป็นชาวต่างชาติในประเทศฝรั่งเศส เช่น วีซ่าและจดหมายลงทะเบียนเรียนในมหาวิทยาลัย หรือติดต่อที่เบอร์ 01 53 71 51 68 เวลา 08.35-17.25 น. ทั้งนี้สถาบันการศึกษาบางแห่งจะรับดำเนินเรื่องให้กับนักศึกษา ดังนั้นนักศึกษาจึงไม่จำเป็นต้องไปที่ Préfecture de Police แต่จะต้องไปที่ศูนย์ที่รับเรื่องไว้แทน
- สำหรับผู้ที่อยู่ชานเมืองปารีส นักศึกษาจะต้องไปที่สถานีตำรวจของ ท้องที่
- ในต่างจังหวัด นักศึกษาจะต้องไปที่สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด หรือสถานีตำรวจย่อยท้องถิ่น หรือสำนักงานใหญ่
การรับบัตร
ภายหลังยื่นแบบฟอร์มแล้ว นักศึกษาจะได้รับใบตอบรับและใบนัดให้มารับบัตร ทั้งนี้ นักศึกษาจะต้องมารับบัตรด้วยตนเอง นักศึกษาจะต้องนำเอาบัตรนี้ไปยื่นต่อฝ่ายทะเบียนเพื่อรับบัตรนักศึกษา
เอกสารที่จำเป็นในการขอ Carte de séjour
การขอครั้งแรก
1. หนังสือเดินทาง เอกสารตัวจริงพร้อมสำเนา 2 ฉบับ ของหน้าที่แจ้งวันเกิด สถานที่เกิด วันหมดอายุของหนังสือเดินทาง และวีซ่า ในกรณีสถานภาพสมรสหรือหย่าแล้ว และถ้าวันเกิดหรือชื่อกลางไม่ปรากฏในหนังสือเดินทาง คุณจะต้องแนบใบสมรสและใบหย่า หรือใบรับรองจากสถานกงสุล ทั้งเอกสารตัวจริงและสำเนา
2. เอกสารรับรองการศึกษา เอกสารตัวจริงพร้อมสำเนาของใบรับรองการทำประกันสุขภาพ หลักฐานการลงทะเบียน และการลงทะเบียนล่วงหน้าในสถาบันการศึกษาของรัฐหรือโรงเรียน หากการเรียนของคุณไม่ตรงกับสาขาที่จบจากมหาวิทยาลัยจะต้องแนบใบรับรองจากมหาวิทยาลัย วิชาเรียน ระยะเวลาการศึกษา ระยะเวลาของหลักสูตร จำนวนชั่วโมงต่อสัปดาห์ และจำนวนค่าธรรมเนียมที่จ่ายต่อเทอม
3. หลักฐานรับรองที่อยู่ถาวร เอกสารตัวจริงพร้อมสำเนา
- ในกรณีที่เช่าอพาร์ทเมนต์หรืออยู่ด้วยตนเอง จะต้องแนบใบเสร็จชำระค่าใช้จ่าย ค่าไฟฟ้า หรือสัญญาประกันภัยที่พัก
- ในกรณีที่พักอยู่กับผู้รับรอง จะต้องขอเอกสารจากเจ้าของที่พัก คือ สำเนาหนังสือเดินทาง บัตรประชาชน หรือ Resident Card เพื่อเป็นหลักฐานว่าพักอยู่ที่เดียวกัน หากเจ้าของที่พักไม่ได้ถือสัญชาติของประเทศในสหภาพยุโรป จะต้องมีหลักฐานการชำระค่าไฟฟ้าและแก๊สด้วย
- ในกรณีที่พักอยู่ใน Hostel ต้องมีใบรับรองจากผู้อำนวยการของ บ้านพักนั้น
4. ในกรณีที่ไม่ได้เป็นประชากรในสหภาพยุโรป (ยกเว้นผู้ที่มาจาก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์) จะต้องมีหลักฐานยืนยันว่าได้รับวีซ่าระยะยาวที่ เหมาะสมกับสถานะของคุณ ไม่ว่าจะเป็นวีซ่าระยะยาวที่สามารถใช้ยื่นขอ Resident Card หรือวีซ่าชั่วคราวสำหรับ 3 - 6 เดือน หรือวีซ่าชั่วคราวระบุว่า “étudiant-concours” ที่ออกให้กับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการเข้าเรียนขึ้นอยู่ว่านักเรียน นักศึกษาคนนั้นผ่านการคัดเลือกหรือไม่
5. หลักฐานรับรองทางการเงิน ประชากรในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปใช้ใบรับรองที่ระบุว่าได้รับเงินสนับสนุนเพียงพอในแต่ละเดือน (สถิติประชากรชาวฝรั่งเศสซึ่งมีค่าใช้จ่ายประจำเดือนประมาณ 426.86 ยูโร) สำหรับนักเรียนต่างชาติที่ได้รับทุนจากประเทศของตน หรือนักเรียนแลกเปลี่ยนในกลุ่มสหภาพยุโรปให้ยื่นสำเนาการได้รับทุนด้วย
6. หลักฐานยืนยันการทำประกันสังคม เอกสารตัวจริงและสำเนา ประชาชนในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปจะต้องทำประกันสุขภาพที่ ครอบคลุมในกรณีที่เจ็บป่วยหรือการดูแลระหว่างตั้งครรภ์ ขณะที่พักอยู่ในประเทศฝรั่งเศส
ประชาชนที่ไม่อยู่ในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปจะต้องทำประกันหรือบัตรประกันสังคม บัตรนักศึกษาหรือเอกสารที่ระบุว่าขึ้นกับประกันสังคมของฝรั่งเศสหรือประเทศในกลุ่มสมาชิกสหภาพยุโรป หรือมีหลักฐานยืนยันว่านักศึกษา มีประกันที่ครอบคลุมหมด รวมถึงระบุวันที่หมดอายุของสัญญา และรายละเอียดความครอบคลุมของประกัน (อย่างน้อยครอบคลุมค่ายา ค่ารักษาพยาบาลในกรณีที่ถูกส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล การดูแลระหว่างตั้งครรภ์ การรักษาพยาบาลในกรณีที่ประสบอุบัติเหตุ)
7. รูปถ่ายขนาดสำหรับทำหนังสือเดินทาง (3.5 ซม. x 4.5 ซม.) 3 ใบ
8. ซองจดหมาย เขียนชื่อที่อยู่และติดแสตมป์
การต่ออายุบัตร
1. หนังสือเดินทาง (ขั้นตอนเดียวกับการขอครั้งแรก)
2. หลักฐานรับรองที่พักถาวร (ขั้นตอนเดียวกับการขอครั้งแรก)
3. บัตร Resident Card ฉบับเดิม ทั้งเอกสารตัวจริงและสำเนา
4. เอกสารรับรองจากสถาบันการศึกษา เอกสารตัวจริงและสำเนา รวมทั้งเอกสารอื่นที่เป็นหลักฐานว่านักศึกษาได้เข้าเรียนในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาเช่น ใบรับรองการเข้าห้องเรียน ผลคะแนนการศึกษา และรายชื่อวิชาที่ลงเรียนตั้งแต่เข้ามาอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส รวมถึงแผนการเรียนสำหรับปีถัดไป
5. หลักฐานยืนยันสถานะทางการเงิน สำหรับปีการศึกษาปัจจุบัน นักศึกษาจะต้องแนบเอกสารทั้งหมดที่แสดงถึงจำนวนทุนที่เคยได้รับ สำหรับ ปีการศึกษาต่อมา
นักเรียนทุน จะต้องมีเอกสารทางราชการเพื่อแสดงจำนวนเงินทุนที่จะได้รับ ตลอดระยะเวลาของทุน และรายละเอียดวิชาที่เรียน
นักศึกษาอื่น ๆ ซึ่งได้รับความสนับสนุนทางการเงินจากผู้รับรองในฝรั่งเศส จะต้องเตรียมเอกสาร ดังนี้ จดหมายเขียนและลงลายมือชื่อของ ผู้รับรอง หรือบริษัทที่ให้การสนับสนุน สำเนาบัตรประชาชน หรือหนังสือ เดินทาง หลักฐานรายได้ สลิปเงินเดือน 3 เดือนหลัง หรือ หลักฐานเงินบำนาญ และรายละเอียดเกี่ยวกับรายได้ครั้งหลังสุดของผู้รับรอง
นักศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การระหว่างประเทศ จะต้องจัดเตรียมเช็คเดินทาง ใบเสร็จการแลกเปลี่ยนเงินตรา หรือเอกสารอื่น ๆ ที่แสดงว่าได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากองค์กรในต่างประเทศ และแจ้งจำนวนเงินที่ได้รับในแต่ละเดือน
นักศึกษาที่ทำงานเต็มเวลาและพาร์ทไทม์ (ยกเว้นชาวโมนาโค อัลจีเรีย กาบง โตโก) จะต้องจัดเตรียมใบอนุญาตทำงานชั่วคราวที่ออกโดยสหภาพแรงงานต่างชาติ (Foreign Workers Union หรือ Main d’Oeuvre Etrangère) และสลิปเงินเดือน 3 เดือนสุดท้าย
นักศึกษาที่ทำงานเป็น "Au Pair" จะต้องจัดเตรียมสัญญาการ ทำงานหรือจดหมายรับจากครอบครัวซึ่งได้รับการอนุมัติจาก Main d’Oeuvre Etrangère
6. หลักฐานยืนยันการทำประกันสังคม เอกสารตัวจริงและสำเนา (ขั้นตอนเดียวกับการขอครั้งแรก)
7. รูปถ่ายขนาดสำหรับทำหนังสือเดินทาง (3.5 ซม. x 4.5 ซม.) 3 ใบ
8. ใบรับรองแพทย์ เพื่อเป็นหลักฐานการตรวจร่างกาย จาก OMI (Office des Migrations Internationales) ซึ่งจำเป็นสำหรับการต่ออายุครั้งแรกเท่านั้น
***รายละเอียดเพิ่มเติมของ Préfecture de Police ดูจาก www.interieur.gouv.fr
งานส่วนนี้เป็นงานบริการของ DDTEF (Directions Départementales du Travail, de l’Emploi et de la Formation) เว็บของ Ministry of Employment and Solidarity มีรายการทั้งหมดของ DDTEF และ Préfectures de Police ที่ www.travail.gouv.fr/adresses/adresses_f.html
Check List สำหรับเอกสารสำคัญ
1. หนังสือเดินทาง (Passeport)
2. วีซ่านักศึกษาระยะยาว (Visa long séjour)
3. สูติบัตรฉบับแปลภาษาฝรั่งเศส (Acte de naissance)
4. รูปถ่ายขนาด 3.5 x 4.5 ซม. ประมาณ 10 รูป
5. ประกาศนียบัตรรับรองสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลาย และปริญญาบัตรฉบับจริงและฉบับแปล เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย
6. ใบแสดงผลการเรียน (Transcript) แสดงผลคะแนนเฉลี่ยสะสม รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับผลงานวิจัยหรือโครงงาน (Lettre de motivation หรือ Projet d’études) เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันความสนใจที่จะสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษาระดับสูง
7. จดหมายรับรองจากมหาวิทยาลัย ว่านักศึกษาได้ลงทะเบียนเรียนวิชาดังกล่าวแล้ว (Attestation de pré-inscription)
8. หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรรับรองสถานภาพทางการเงิน (Bank Statement หรือ Justificatifs bancaires)
9. เอกสารตัวจริงที่ใช้ยื่นขอวีซ่า อาจขอเรียกตรวจได้ที่ศุลกากร และเมื่อใช้ขอบัตรประจำตัวคนต่างด้าว (Carte de séjour)
10. จดหมายรับรองจากสถานทูตฝรั่งเศส เพื่อรับรองสถานภาพของ นักเรียนทุนรัฐบาลฝรั่งเศส

 
Design by Free WordPress Themes | Bloggerized by Lasantha - Premium Blogger Themes | Blogger Templates